[Football] England เวอร์ชั่น Worldcup 2010

posted on 11 Feb 2009 18:54 by talents1628

จินตนาการทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกปี 2010


"ทีมชาติอังกฤษจะเป็นแชมป์โลก" ประโยคนี้นอกจากคนอังกฤษที่หวังกันแทบมาตลอดตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 แล้ว คนบางประเทศในแถบเอเชียหรือคนไทยก็หวังที่จะให้ทีมรักทีมนี้ได้เป็นแชมป์โลกเหมือนกัน เนื่องจากฟุตบอลของอังกฤษเป็นอะไรที่ฟีเวอร์ในบ้านเรามาก ไล่ตั้งแต่บอลสโมสร ไปจนถึงทีมชาติ คนไทยบางคนยังรู้จักนักเตะอังกฤษมากกว่านักเตะไทยเลยทีเดียว

แต่จากผลงานปีที่แล้วของทีมชาติอังกฤษในยุค "บิ้กแม็ค" ที่ประสบความสำเร็จพาทีมคว้าอันดับ 3 ของศึกฟุตบอล EURO2008 ได้ แต่เป็นแค่รอบคัดเลือกเท่านั้นทำให้ต้องหมดสิทธิอดลงชิงชัยในทัวร์นาเม้นต์ที่ดีที่สุดในยุโรป และเราก็อดเห็นนักเตะขวัญใจแต่ละคนบนจอทีวี ซึ่งถือเป็นผลงานที่แย่มากๆและสร้างความเสื่อมถอยให้กับวงการลูกหนังเมืองผู้ดีอย่างแรงเลยทีเดียว

ต่อมาเมื่อมาถึงยุคของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ผลงานของทีมชาติอังกฤษก็ดูกระเตื้องขึ้นมาเป็นลำดับ เรียกได้ว่าเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นปลายขี้ตีนเลยทีเดียว ถึงแม้ในช่วงแรกๆจะยังไม่เห็นผลงานชัดเจนเท่าไร่ แต่คาเปลโลก็แสดงให้เห็นว่า "ข้าคุมได้ทุกทีมโว้ย" แม้แต่โครเอเชียที่ว่าแน่ยังแพ้ต่ออังกฤษย่อยยับคาบ้านมาแล้ว ส่วนนักเตะสิงโตคำรามก็เล่นได้นิ่งและแน่นอนมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องกังวลแล้วว่าทีมชาติอังกฤษจะไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรายการใหญ่ๆอีก

หลายคนมองดูฟอร์มของทีมตอนนี้ก็คิดไปไกลแล้วว่า ทีมชาติอังกฤษชุดนี้แหล่ะที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งผมก็อาจจะเห็นด้วยนะครับ (หุหุ) แต่ก็ไม่กล้าคิดดีกว่าเพราะผมคิดว่าทีมชาติอังกฤษเมื่อ 2 หรือ 4 ปีที่แล้วมันแจ่มกว่าชุดนี้อีกนะผมว่า ก็ตอนนี้นักเตะคนสำคัญอย่าง เจอร์ราด แลมพาร์ด โจ โคล เทอร์รี่ หรือเฟอดินานด์ นั้นอายุอานามก็ไกล้เลข 3 กันทุกคนแล้ว มีคนเคยบอกไว้ว่า(น่าจะเบ็คแฮมนะ)นักบอลส่วนมากถ้าจะให้สภาพร่างกายพีคสุดๆก็ตอนอายุประมาณ 27-28 น่ะแหล่ะดูอย่าง อองรีหรือโอเว่นซิครับ พอไกล้เลข 3 ก็ไม่เหลือความเร็วแบบแต่ก่อนแล้ว สใตล์การเล่นก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย และการแข่งขันของจริงน่ะปี 2010 นะครับตัวแปรต่างๆมากมายเช่น ฟอร์มการเล่น อาการบาดเจ็บ อายุ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญทั้งสิ้น

ในระยะเวลาปีครึ่งก่อนถึงฟุตบอลโลกอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ อาจจะมีนักเตะดาวรุ่งพุ่งขึ้นมา ดาวรุ่งบางคนอาจได้รับโอกาสในปีหน้าและอาจฟอร์มดี นักเตะตัวหลักบางคนฟอร์มตก พูดอย่างงี้อาจคิดภาพไม่ออกแต่ถ้าลองเจาะลึกลงไปเช่น รูนี่ย์ยิงไม่ได้ 20 นัด แลมพาร์ดกลายเป็นตัวอืดอาดของเชลซี เจอร์ราดไม่มีแรงยิงไกล เฟอร์ดินานกลายเป็นตัวรั่วของแมนยูไปแล้ว ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับผมขอจินตนาการทีมชาติอังกฤษชุดตะลุยฟุตบอลโลก 2010 พร้อมเหตุผลที่คิดว่าทำไมพวกเขาเหล่านั้นถึงติดทีมชาติไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประคูไปจนถึงกองหน้าเลยละกัน

ผู้รักษาประตู : Joe Hart (23)

มีอยู่ 2-3 ตัวเลือกในตำแหน่งนี้ แต่ในปี 2010 น่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในตำแหน่งนี้ ปัจจุบัน เดวิด เจมส์(40) จองตำแหน่งนี้อย่างถาวรอยู่ แต่ในปี 2010 เขาจะมีอายุถึง 40 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เจมส์จะรักษาฟอร์มดีๆไว้ได้ถึงตอนนั้นบวกกับสภาพของ Portsmouth ก็เริ่มย่ำแย่แล้วทำให้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะได้เป็นนายด่านของทีมชาติ พอล โรบินสัน ก็ดูจะหลุดวงโคจรไปแล้ว ที่เห็นอยู่ก็มี เบน ฟอสเตอร์(27)  กับ โจ ฮาร์ท(23) คนแรกดูน่าจะมีประสบการณกว่าแต่ก็พบอาการบาดเจ็บบ่อย เลยอาจต้องยกตำแหน่งนี้ให้ โจ ฮาร์ท ซึ่งได้ลงเป็นตัวจริงของแมนซิตี้สม่ำเสมอ การที่แมนซิตี้มีเกมรับที่อ่อน ทำให้เราได้เห็นเขาเซฟลูกอันตรายๆหลายต่อหลายครั้ง

แบ็คขวา : Micah Richard (22)

ค่อนข้างจะเป็นกองหลังฝั่งขวาที่ดูดีที่สุดแล้วในตอนนี้ครับ ริชาร์ด เมื่อตอนที่ติดทีมชาติครั้งแรกๆตอนฤดูกาลก่อน เป็นแบ็คที่ค่อนข้างดุดัน สกัดบอลได้ดี มีความเร็ว และแข็งแกร่งมาก สามารถทำให้ผู้คนลืม แกรี่ เนวิลล์ ไปได้สนิทเลย แต่ถึงเวลานี้เมื่อผลงานของต้นสังกัด แมนฯซิตี้ ย่ำแย่ ก็ไม่รู้ว่าริชาร์ดจะจัดการลดระดับฟอร์มของตัวเองใหย่ำแย่ลงไปด้วยทำไม ฟอร์มของเขาถูกวิจารณ์อย่างมาก และทำให้หลุดทีมชาติไปเลย เป็น เกลน จอห์นสัน ที่กลับมามีบทอีกครั้ง แม้ผลงานของสโมสรจะย่ำแย่พอกัน แต่การได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอทำให้เขาได้รับโอกาสในปัจจุบัน แต่ผมเชื่อว่าถ้า ริชาร์ด คืนฟอร์มเดิมๆได้ก็น่าจะกลับมายึดตำแหน่งกลับคืนไปได้ไม่ยาก และหากฤดูกาลหน้าแมนฯซิตี้ได้กุนซือที่ดีก็มีส่วนที่จะทำให้เขาคืนฟอร์มที่ดีได้  

แบ็คซ้าย : Ashley Cole (30)

โคล ยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษมาได้ตลอด และผ่านทัวนาเม้นต์สำคัญกับทีมชาติมาแล้วทุกรายการ อีกทั้งยังได้ประมือกับนักเตะระดับโลกมาแล้วหลายคน การประกบติดของโคล ค่อนข้างที่จะสร้างความกดดันให้กับคู่ต่อสู้ได้ดีเหลือเกิน เพราะถึงจะพลาดไปแล้ว เขาก็มีความเร็วพอที่จะตามไปสกัดดาบสองได้อย่างสบายๆ แต่ปัญหาก็คือระยะหลังๆ โคลเริ่มออกอาการหลุดๆออกมา ทั้งในระดับชาติและสโมสร ถือเป็นจุดผิดพลาดหนึ่งเดียวในแผงหลังเลย และด้วยวัย  30 ปีก็ไม้รู้ว่า โคลจะรักษามาตรฐานเดิมได้รึเปล่า แต่ด้วยประสบการณ์กับสโมสรและทีมชาติน่าจะทำให้เขายังยึดหัวหาดฝั่งซ้ายได้ในที่สุด

กองหลัง : John Terry (30)

เทอร์รี่ถือเป็นกองกลังตัวกลางระดับโลกของทีมชาติอังกฤษ ด้วยผลงานสุดยอดที่ทำไว้กับเชลซี ความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่น ความทุ่มเทเกินร้อย ความเป็นผู้นำในสนาม ทำให้ทีมชาติอังกฤษปราศจากกัปตันมาเวลคนนี้ไปไม่ได้เลย และเมื่อมองข้างหลังมาดูตัวสำรองคนอื่นๆซึ่งล้วนแล้วไม่มีน้ำหนักพอที่จะมาเฝ้าหลังบ้านทีมชาติอังกฤษได้สักคน จอห์น เทอร์รี่จึงน่าจะได้ยืนเป็นตัวจริงให้ทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2010 ค่อนข้าง 100%

กองหลัง : Rio Ferdinand (32)

เมื่อมี เทอร์รี่ ก็ต้องมี เฟอร์ดินานด์ อายุ 32 ปีของเฟอร์ดินานด์มันไม่ได้มีผลต่อฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวเลย หนำซ้ำยังมีความนิ่งมากกว่าเดิมอีก สังเกตุได้จากผลงานเกมรับของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ เฟอร์ดินานด์กำลังอยู่ในช่วงพีคของชีวิตค้าแข้งเช่นกัน  เทอร์รี่ กับ เฟอร์ดินานด์นั้นผูกขาดตำแหน่งนี้ในทีมชาติมาตลอด แมทธิว อัพสัน(31) หรือ ฟิล จากิเอลก้า(28) คงยังไม่พร้อมที่จะแทรกขึ้นไปได้

กองกลาง : Gareth Barry  (29)

ไมเคิล คาร์ริค (29) หรือ โอเว่น ฮากรีฟ (29) คงเปลี่ยนสถานภาพกลายเป็นแค่ตัวเลือกไปเรียบร้อย เมื่อดูแล้วคาเปลโล่ค่อนข้างที่จะปิ๊ง กาเร็ธ แบร์รี่ เอามากๆ ไม่รู้ว่าสใตล์กล้ายๆ กูตี ศิษย์รักของตัวเองหรืออย่างไร แต่เชื่อว่าหากแบร์รี่ยังรักษามาตรฐานดีๆอย่างนี้ไว้ ตำแหน่ง 11 ตัวจริงในทีมชาติคงไม่หนีไปไหน และที่สำคัญหากเขาทำการเพิ่มดีกรีของตัวเอง โดยย้ายไปอยู่ทีมระดับหัวแถวสักทีม แล้วประสบความสำเร็จ ยิ่งทำให้เขาการันตีตำแหน่งตัวจริงได้เข้าไปอีก 

กองกลาง :  Steven Gerrard (30)

นี่คือนักบอลที่ ซีเนดีน ซีดาน บอกว่าเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกในเวลานี้ เขาอาจไม่ใช่นักฟุตบอลที่มีลีลาน่าตื่นตาตื่นใจ แต่สิ่งที่เขามีถือว่าครบเครื่องทุกอย่างแล้ว ทั้งการยิงประตู การจ่ายบอลสั้น/ยาว การคุมเกมส์กลางสนาม ความแข็งแกร่ง ในระดับสโมสรแฟนบอลลิเวอร์พูลรู้ดีว่าขาดสตีวี่จีไปไม่ได้เลย เพราะเขาคุมทั้งเกมรับ และเกมรุกส์ ของลิเวอพูลทั้งหมด แม้ในการเล่นในทีมชาติเขาจะมีบทบาทน้อยลงไป แต่ก็ยังคงเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมเหมือนเดิมอีก

กองกลาง : Frank Lampard (31)

มิดฟิลด์จากเชลซีผู้นี้เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นระดับเวิลส์คลาสของทีมชาติอังกฤษ แลมพาร์ดถือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้เชลซีประสบความสำเร็จในระดับประเทศและทำให้เชลซีกลายเป็นทีมหัวแถวในยุโรป แม้ฟอร์มในทีมชาติของแลมพาร์ดมักไม่สม่ำเสมอ และโดนวิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่ฟอร์มของเขากับเชลซีถือว่าเป็นของแท้ ทั้งการวางบอล การยิงไกล ความแข็งแกร่ง ถือว่าอยู่ระดับต้นๆเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีอายุถึง 31 ปีแล้ว แต่ดูแล้วหากแลมพาร์ดยังรักษาฟอร์มเช่นนี้ได้ และได้ลงรับใช้ต้นสังกัดอย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่จะได้เป็นตัวหลักในปี 2010 ก็คงไม่หนีไปไหน

ปีกขวา : Theo Walcott (21)

เดวิด เบคแฮม(35) อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักในปี 2010 เพราะวัยของเขาไม่เหมาะกับการเป็นปีกเลย แต่อาจจะลงมาเป็นตัวทีเด็ดได้ เพราะถึงจะแก่ลง สปีดตกลง แต่ความแม่นยำในการจ่ายบอลไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่กระนั้นปีกขวาที่อันตรายที่สุดของอังกฤษน่าจะมีแต่เจ้าหนู ทีโอ วัลค็อต เท่านั้น หลังจากเคยไปบอลโลกตอนอายุ 17 ปีแต่ไม่มีโอกาสได้ลงสนามสักนัด ตอนนี้เจ้าหนูวัลค็อตพร้อมที่จะลงไปวาดลวดลายของเขาให้คนทั้งโลกประจักษ์แล้ว ถึงตอนนี้จะโดนวิจารณ์ว่าเล่นได้ไม่ค่อยมั้นใจ ขาดความเด็ดขาด แต่เชื่อว่าหากวัลค็อตได้ลงตัวจริงให้ต้นสังกัดสม่ำเสมอ และได้รับการขัดเกลาจากเวนเกอร์ เชื่อได้ว่าวัลค็อตจะเป็นอาวุธสำคัญของทีมชาติอังกฤษแน่นอน

ปีกซ้าย : Ashley Young (25)

คาดว่าแฟนบอลพรีเมียร์ลีกทุกๆคนน่าจะรู้จักปีกสุดพลิ้วของสโมสร แอสตันวิลล่า เป็นอย่างดี แอชลี่ย์ ยัง เป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง มีความคล่องตัว บางครั้งก็โชว์เทคนิคสับขาหลอกเรียกเสียงฮือฮาจากคนดูได้ ยัง มีสใตล์การเล่นที่คล้ายๆกับ โรบินโญ่ คือไม่ใช่ปีกอังกฤษสมัยเก่าที่ใช้ความเร็ว กับ ความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังมีลูกหลอกล่อ รวมทั้งเล่นเท้าซ้ายได้ดีด้วย เพราะเขามักถูกจับให้ไปเล่นด้านซ้าย ในความเป็นจริงเขาอาจจะแย่งตำแหน่งกับ โจ โคล(29) อย่างสูสี แต่ด้วยความสดและไม่ค่อยมีอาการบาดเจ็บนัก รวมทั้งหากแอสตันวิลล่าได้ไป UCL และมีผลงานที่ดีก็อาจทำให้ ยัง ได้เปรียบอยู่บ้างในตำแหน่งนี้

กองหน้า : Wayne Rooney (25)

ด้วยวัย 25 ปีรูนี่ย์พกประสบการณ์มาเต็มเอี้ยด แม้รูนี่ย์จะไม่ใช่ตัวพักบอลที่ดีไปกว่า เอมิล เฮสกีย์(32) หรือ ปีเตอร์ เคร้าซ์(29) สักเท่าไร่ แต่ถ้าลองควานหากองหน้าทั่วเกาะอังกฤษก็มีแต่เขาเท่านั้นที่อยู่ในทีม ท็อปโฟร์ รูนี่ย์มักมีปัญหากับทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ๆระดับชาติเสมอมา ครั้งแรกในยูโร2004 นั้นเขาโชว์ฟอร์มได้ดีมาก แต่ก็ต้องเจออาการบาดเจ็บในนัดแพ้โปรตุเกส ต่อมาบอลโลก2006ก็เป็นฝันร้ายของเขาหลังควบคุมอารมณ์ไม่อยู่โดนใบแดงไล่ออกจากสนามนัดพ่ายโปรตุเกสเช่นกัน ยูโร2008 อังกฤษก็ไม่ได้เข้าร่วม ผมจึงคิดว่าฟุตบอลโลก2010รูนี่ย์จะกลับมาด้วยความกระหายประตูอีกครั้ง

Comment

Comment:

Tweet

double wink wink surprised smile surprised smile

#2 By (112.142.201.165) on 2010-06-14 12:33

แวะมาทักทาย
วันนี้ลองเอาแบบทดสอบมาให้ลองทำกันดูซิว่าจะมี Sense กันแค่ไหน
ยังไงก็ของฝาก blog ไว้นีสสสส์นึงละกันนะ
http://buncheethai.exteen.com
อ่อออ มีโปรแกรมด้วยนะ